งานผ้า Never Die

งานผ้า Never Die

ตุ๊กตางานผ้า Never Die

“ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เราค่อนข้างเสียความรู้สึก เพราะตั้งใจทำธุรกิจนี้มาก แต่ก็ไม่ท้อ เริ่มใหม่อีกครั้งพร้อมช่วยกันคิดคอนเซ็ปต์สินค้าให้ชัดเจนขึ้น และสร้างแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดการจดจำ ไม่มองหาหน้าร้านแล้ว เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาแบบเดิมเกิดขึ้นอีก หันไปเลือกใช้ช่องทางการนำสินค้าไปจัดแสดงตามงานต่างๆ เริ่มที่งาน BIG&BIH 2009 เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก ใช้ชื่อแบรนด์ “Never Die” ชูคอนเซ็ปต์สินค้าในร้านที่เป็นของตกแต่งบ้านและเครื่องประดับต้องทำจากผ้า ทั้งหมด”

 

สินค้าแบรนด์ Never Die หลังจากไปเปิดตัวที่งาน BIG&BIH 2009 ทำให้มียอดการสั่งซื้อจากต่าปงระเทศ ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ต้องศึกษาขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเอง ทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นงานที่ค่อนข้างยาก และไม่ถนัดเอาซะเลย เนื่องจากขาดประสบการณ์ เมื่อต้องมาตกลงเรื่องราคา ทำในเสนอราคา ก็กลายเป็นเรื่องที่ตกลงกันยาก แต่ข้อดีคือทำให้รู้จุดบกพร่องจากปัญหาการส่งออกในครั้งแรก นำมาปรับปรุงในปีนี้

 

        ส่วนลูกค้าในไทยก็มีการรับไปจำหน่ายที่ร้านลอฟท์ และร้านในพระราชวังมฤคทายวัน นอกจากนี้ยังมีการนำสินค้าไปตกแต่งบ้านตัวอย่าง ได้แก่ โครงการบ้านตัวอย่างของแสนสิริสองโครงการ คือ โครงการบ้านแสนสุข และโครงการนับคลื่น หัวหิน รวมถึงรับจัดพล็อบละครเรื่อง 365 วันแห่งรัก และจัดสถานที่ในแต่งงานด้วย

 

สร้อยข้อมืองานผ้าแฮนด์เมด Never Die

จุดเด่นของสินค้างานผ้า Never Die

สำหรับจุดเด่นสินค้า Never Die จะออกแบบในสไตล์วินเทจ เน้นงานฝีมือ และงานแฮนด์เมด เหมือนงานที่กลุ่มแม่บ้านทำ แต่ทั้งคู่เลือกจับตลาดนี้ เพราะสินค้าลักษณะนี้บางคนอยากได้มาก แต่ไม่อยากนั่งทำเอง ต้องรอให้ใครทำมาให้ ขณะที่งานแฮนด์เมดราคาก็สูง เวลาเดียวกันกระแสวินเทจมันก็กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่ค่อนข้างสดใส ซึ่งสินค้าขณะนี้ได้แก่ พวงกุญแจ หมอนปัก หมอนกรอบรูปหลุยส์ หมอนกวาง กระต่าย กระรอก และดอกไม้ ที่ล้วนให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในนิทาน อารมณ์เรื่องอลิสในดินแดนมหัศจรรย์ ราคาขายอยู่ที่ 90-950 บาทเท่านั้น

 

มิตรภาพความเป็นในเรื่องการทำธุรกิจ หลายคนอาจมองว่าสุดท้ายแล้วจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่สำหรับคู่นี้ใช้วิธีการพูดคุยตกลงกันตั้งแต่แรกว่าหากมีปัญหาในเรื่องงาน ให้คุยกันตรงๆ และไม่ให้นำเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานเด็ดขาด ซึ่งกลยุทธ์นี้น่าจะนำไปใช้ได้กับคนที่กำลังดำเนินธุรกิจโดยมีเพื่อนมาเป็น หุ้นส่วนก็คงจะทำให้การทำงานร่วมงานร่วมกันราบรื่นขึ้น

เครื่องประดับแนวอินดี้

       แนวคิดในการออกแบบสินค้าเราจะเน้นทำเฉดสีตามฤดูกาล  ช่วงน่าร้อนสินค้าจะเป็นสีโทนอ่อนเพื่อให้ผู้ใช้ใส่ได้ง่ายสำหรับฤดูหนาวจะอิงแนวเอิร์ทโทน  นอกจากต่างหูแล้วยังมีเครื่องประดับ ประเภทอื่น ๆ อีกเช่น  กำไล  แหวน และสร้อยคอ

 

สินค้าของเราเน้นกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน  คนที่ชื่นชอบงานศิลปะและงานเฮนเมด  ส่วนแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงเป็นรูปดอกไม้แบบต่างๆ ส่วนใหญ่แบบสินค้าในร้านจะไม่มีแบบตายตัวเหมือนของในตลาด  ผลงานทุกชิ้นเป็นงานทำมือ  ขึ้นอยู่กับการดัดแปลงรูปแบบในการทำตลอดเวลา  จึงเป็นเสน่ห์ของงานแฮนเมดที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกและไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เหมือนต้นแบบ

 

ส่วนจุดขายที่ทำให้สินค้าสามารถติดตลาดนั้น  น่าจะมาจากสินค้าของเรามีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันเหมือนเป็นงานศิลปะ  เหมือนเราไม่ได้ขายเพียงเครื่องประดับเพียงอย่างเดียวแต่เรากำลังขายผลงานทางศิลปะให้กับลูกค้าเราด้วย  งานแฮนเมดนอกจากจะคำนึกถึงลูกค้าแล้วเรายังต้องใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้าด้วย  มีหลายท่านที่สนใจชื่นชอบผลงานแต่ด้วยสีสันเน้นแนววัยรุ่นจึงไม่สามารถสวมใส่ได้  เราจึงพร้อมออกแบบสีใหม่ให้ลูกค้าเพื่อสะดวกต่อการสวมใส่ตามใจผู้ชื้อ

 

 

สัดส่วนการลงทุนผลิตสินค้าเริ่มต้นครั้งแรกประมาณ 30 % แต่ได้ผลกำไรมากถึง 70 %  สนนราคาขายต่างหูอยู่ที่คู่ละ 50 บาท  กำไลข้อมืออันละ 150-250 บาท และสร้อยคอเส้นละ 200-250 บาท  ราคามากน้อยขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแบบนั้น ๆ

วิธีการประดิษฐ์เครื่องประดับจากดินขาวมีวิธีการทำง่ายมากขึ้นอยู่ที่จินตนาการผู้ปั้น  ว่าต้องการสีสันรวดรายและแบบที่จัดจานเพียงใด  แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้กระบวนการกรรมวิธีมีความยากนั้นคือการตากแห้ง  หลังจากผ่านกรรมวิธีการปั้นจนเข้ารูปแบบเรียบร้อยแล้ว  จึงนำผลิตภัณฑ์วางทิ้งไว้ให้แห้งด้วยวิธีการทางธรรมชาติเป็นเวลา 3 วัน  ซึ่งห้ามใช้ไดร์เป่าผมเด็ดขาดเพราะจะทำให้สินค้าขาดคุณภาพ  ไม่คงทนตามคุณสมบัติที่ควรจะเป็น  สิ่งสำคัญที่เราต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่หมั้นใจในคุณภาพของเครื่องประดับที่เราขายอยู่  นุ้ยจึงขายโดยเน้นคุณภาพเป็นสำคัญแต่ไม่เน้นปริมาณเหมือนแม่ค้าทั่ว ๆ ไป

การพัฒนาในอนาคตอาจจะนำวัสดุประเภทไม้มาดัดแปลงให้เข้ากับดินขาว  ให้ดูแข็งแรงและคงทนมากขึ้นเป็นการก้าวไปอีกขั้นของการพัฒนารูปแบบของสินค้าประเภทเครื่องประดับแนวใหม่  งานแฮนเมดเป็นงานทำมือที่ต้องใช้ความอดทนมากกว่าจะได้ผลงานแต่ละชิ้น  งานทำมือจึงมีคุณค่าทางใจจากผู้ขายสู่มือผู้รับ

 

โพลีเอสเตอร์เรซิ่น

       เรซิ่นหรือโพลีเอสเตอร์เรซิ่นเป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง ปกติจะอยู่ในรูปของเหลวข้นเหนียวเหมือนน้ำมันเครื่อง มีกลิ่นฉุน เรซิ่นสามารถหล่อเป็นรูปต่างๆได้ตามแบบพิมพ์ โดยจะผสมกับเคมีบางอย่างเพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาแข็งตัวและเมื่อแข็งตัวแล้วจะไม่สามารถกลับคืนให้เหลวได้อีก ปัจจุบันเรซิ่นนิยมใช้กันแพร่หลายมากทั้งในงานไฟเบอร์กลาส สินค้ากิ๊ฟชอป ตุ๊กตา เครื่องประดับ กระดุม ฯลฯ ในการทำชิ้นงานจากเรซิ่นแรกๆอาจจะดูยุ่งยากแต่หากลองทำดูสัก2-3ครั้งก็จะรู้สึกง่าย

       สำหรับการหล่อเรซิ่นที่จะแนะนำให้ทดลองทำกันในครั้งแรกคือตัวติดตู้เย็นเพราะขั้นตอนเข้าใจง่าย ตัวติดตู้เย็นที่ทำจากเรซิ่นจะสวยงามกว่าที่ทำจากปูนปลาสเตอร์เพราะเรซิ่นสามารถให้รายละเอียดได้มากกว่าและแข็งแรง
กว่าปูนปลาสเตอร์มาก 

วัสดุอุปกรณ์

- ยางซิลิโคน มีลักษณะเหลวข้นเหมือนกาว เมื่อเติมตัวทำให้แข็งลงไปจะทำให้แข็งตัวคล้ายยาง แต่มีคุณสมบัติเหนือกว่า
ยางธรรมชาติคือ รักษารูปทรงได้ดีกว่า ทนความร้อนได้สูงกว่า จึงเหมาะสมที่จะนำมาทำแม่พิมพ์

- ตัวทำให้แข็งซิลิโคน ลักษณะเหลวใส ใช้ใส่ในซิลิโคนเพื่อให้ซิลิโคนแข็งตัว

ส่วนประกอบของการหล่อเรซิ่น

- โพลืเอสเตอร์เรซิ่น สำหรับเบอร์ที่นิยมใช้ในงานหล่อต่างๆ จะใช้เบอร์ PC-600-8

- ตัวช่วยเร่งปฏิกิริยา ใช้ผสมกับเรซิ่นเพื่อเร่งให้เกิดปฏิกิริยาแข็งตัว มีลักษณะเป็นของเหลวสีม่วง บางทีเรียกว่า ตัวม่วง เมื่อผสมลงในเรซิ่นทำให้เรซิ่นมีสีออกชมพูอ่อนๆ ใส่ลงไปเพียง 0.2-0.5%ก็พอ อาจทำการผสมไว้ก่อนเมื่อจะใช้งานก็เพียง
นำมาผสมตัวทำให้แข็งได้เลย

- ตัวทำให้แข็ง (Hardener) ใช้ผสมเรซิ่น เพื่อให้เรซิ่นแข็งตัว มีลักษณะเหลวใสมีกลิ่นฉุน ใช้ในปริมาณ 1-2 % ของเรซิ่น

- ส่วนประกอบเสริมอื่นๆ
- ผงทัลคัม เป็นผงสืขาวเหมือนแป้งเด็ก ใช้ผสมกรณีไม่ต้องการให้เนื้อเรซิ่นใส เมื่อผสมลงไปทำให้เรซิ่นทึบแสง เบาขึ้น แล้วยังเป็นการ
เพิ่มเนื้อเรซิ่นอีกด้วย ปกติจะใช้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของเรซิ่น
- สีผสมเรซิ่น กรณีต้องการเรซิ่นสีต่างๆ มีลักษณะเหลวข้นเหมือนจาระบี หรืออาจใช้สีน้ำมันธรรมดาก็ได้
- ภาชนะผสม ไม้กวน และอาซืโตนหรือ ทินเนอร์ไว้ล้างอุปกรณ์

- อาจมีการใช้น้ำยาถอดแบบ พีวีเอ ใช้ทาบนผิวชิ้นงานในบริเวณที่ไม่ต้องการให้เรซิ่นหรือ ซิลิโคนติดต้นแบบ มีลักษณะเหมือนกาวน้ำ

 กรณีมีแม่พิมพ์อยู่แล้วสามารถทำการหล่อได้เลย ตามวิธีการดังนี้

 

- เทเรซิ่นลงในภาชนะผสม กะปริมาณให้เหมาะสมกับจำนวนหรือขนาดที่ต้องการหล่อ ใส่ตัวเร่ง(ตัวม่วง)

ลงไป 0.5 % กวนให้เข้ากัน (สามารถผสมเรซิ่นกับตัวเร่งเตรียมไว้ปริมาณมากๆก็ได้)

- ถ้าต้องการให้ทึบแสง ใส่ทัลคัมลงไปครึ่งหนึ่งของเรซิ่น กวนเข้ากัน แล้วใส่สีตามต้องการ

- ใส่ตัวทำให้แข็ง(ฮาร์ดเดนเนอร์)ลงไป 1-2 % สามารถเพิ่มได้ถ้าชำนาญจะทำให้แข็งเร็วขึ้น ถ้ามากเกินจะแตกร้าวได้

- กวนเข้ากันแล้วเทลงในพิมพ์ ตามต้องการ ทิ้งให้แข็งตัว  (เรซิ่น 30-40 กรัม ใช้ตัวทำแข็ง 15-30 หยด)

- ตกแต่งด้วยสีน้ำมัน ถ้าทำแม่เหล็กติดตู้เย็นก็เอาแม่เหล็กมาติดด้านหลังด้วยปืนยิงกาว